RSS
Showing posts with label mt4. Show all posts
Showing posts with label mt4. Show all posts

Fibonacci มือใหม่ควรใช้

Fibonacci เป็นเครื่องมือเครื่องมือที่ใช้วัดหา แนวรับ –แนวต้านและหาราคาเป้าหมายของราคาในตลาดForex เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้กันมากเพราะ Fibonacci ใช้ง่าย และเป็นพื้นฐานที่เราควรจะรู้
สัดส่วนของ fibonacci ได้แก่ 0 (0%) , 0.236(23.6%) ,0.382(38.2%) ,0.500(50%),0.618(61.8%) , 0.764(76.4%) , 1.00(100%), 1.382(138.2%) , 1.618(161.8%) , 2.618(261.8%) และ 4.236(423.6%) ดังรูปด้านล่าง


วิธี การใช้ Fibonacci ก่อนอื่น เรามาตั้งค่า Fibonacci ในโปรแกรม Mt4 ของเราก่อน ถ้าใครยังไม่รู้ ให้ไปดาวโหลดและดูวิธีการสมัครขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม Mt4 สำหรับเทรด forex
เลือก Fibonacci โดยเข้าไปที่ Insert >> Fibonacci >> Retracement แล้วก็เอามาลากบนกราฟ โดย Fibonacci แบบเดิมๆ ที่ให้มากับ Mt4 จะไม่มีราคาติดอยู่ที่ระดับต่างๆของ Fibonacci ดังรูปด้านล่าง


- เมื่อเรามี Fibonacci อยู่บน Chart แล้ว ให้ คลิกขวาที่ Chart เลือก Objects List แล้วเลือก Fibo จากนั้นเลือก Edit
- เมื่อคลิกที่ Edit แล้ว ให้คลิกที่ Fibo Levels จากนั้นให้เติมคำว่า =%$ ลงไปต่อท้ายที่ช่อง Descriptions ทุกตัว
Edit-fibo


- เมื่อ ทำเสร็จแล้วจะได้ดังรูป


การใช้ Fibonacci Retracement
1. ใช้เพื่อหาแนวรับแนวต้าน (Support and Resistance)
-หา จุดต่ำสุด(Low) และ หาจุดสูงสุด High ก่อน โดยหาจากยอดคลื่นล่าสุด และ ก้นบึ้งล่าสุด ดังรูป


เมื่อ ราคาได้เคลื่อนตัวลงมาแล้ว ราคาจะขึ้นไปปรับตัวที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2 , 50.0 และ 61.8 เราสามารถใช้ จุดเหล่านี้เป็นแนวต้านของราคาได้ ถ้าราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน (resistance ) นี้ได้ ราคาก็จะปรับตัวลงต่อ และมาทดสอบที่ Low เดิม แต่ถ้าสามารถผ่าน แนวต้านนี้ได้ ราคาก็จะกลับไปทดสอบ High เดิม เช่นเดียวกัน
2.ใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาราคาเป้าหมาย (Target price )
-ทุกๆ ครั้งที่เราทำการเข้าเทรด เมื่อเข้าไปแล้ว เราก็ต้องหาราคาเป้าหมาย ว่ามันควรจะไปถึงไหน ซึ่ง Fibonacci Retracement สามารถบอกเราได้ ว่ามันควรจะไปแค่ไหน แต่จงจำไว้นะครับ ว่าทุกอย่างเป็นเพียงแค่การคาดการณ์ ไม่ได้ตรงแปะเสมอไป


จาก รูปด้านบน จะเห็นว่า ราคาสวิงขึ้นจาก Low ไปที่ High แล้วราคามีการปรับตัวลงมา ตำแหน่งที่ปรับฐาน หรือ แนวรับ ที่เราควรจะสังเกตก็คือ ที่ระดับ Fibonacci Retracement 61.8 , 50.0 และ 38.2 จากรูปด้านบนจะเห็นว่าราคาไม่สามารถผ่าน 50.0 ไปได้ หรือบางครั้งเราอาจจะเรียกตำแหน่งนี้ว่า Pivot Point เมื่อราคาดีดตัว ตรงนี้ เราก็คาดการณ์ได้เลย ว่ามันต้องขึ้นแน่ๆ ก็ เปิด Long (Buy) ได้เลย แล้ว ตั้ง TARGET ไว้ที่ Fibonacci Retracement 161.8
หวังว่าวิธีนี้คงเป็นประโยชน์ กับเพื่อนๆนะครับ หากมีข้อสงสัยอะไร สามารถ Comment ไว้เลยนะครับ ผมจะกลับมาตอบให้

 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/fibonacci-653/?/

การใช้ Ichimoku , Ichimoku

การใช้ Ichimoku , Ichimoku

Ichimoku เป็น Indicator ตัวหนึ่งที่อยู่ในโปรแกรม MT4 เมื่อเปิด Ichimoku ขึ้นมา หลายๆคนคงจะงงกับเส้นต่างๆซึ่งอยู่บน Chart เพราะIchimoku มีส่วนประกอบอยู่หลายเส้นมากๆ ซึ่งส่วนประกอบของ Ichimoku มีดังนี้



1.Tenkan Sen (สีแดง ) Tenkan Sen แสดงค่าเฉลี่ยของราคาในระหว่างช่วงเวลาแรกจะกำหนดโดยผลรวมของค่าสูงสุดกับ ค่าต่ำสุดภายในช่วงเวลานี้ Tenkan Sen ถูกกำหนดโดย
Tenkan Sen =(Highest high +Lowest low)/2 คำนวณย้อนหลังไป 9 ครั้งในช่วงเวลานั้น(ค่าเริมต้นถูกตั้งค่าไว้ที่ 9 )
2.Kijun Sen (สีน้ำเงิน) Kijun Sen แสดงค่าเฉลี่ยของราคาในระหว่างช่วงเวลาที่สอง หรือ base line
ซึ่ง Kijun Sen คำนวณได้จาก (Highest high +Lowest low)/2 คำนวณย้อนหลังไป 26 ครั้งในช่วงเวลานั้น( ค่าเริมต้นถูกตั้งค่าไว้ที่ 26)
3.Senkou Span A (เส้นสีเหลือง) แสดงค่ากึ่งกลางของระยะระหว่างสองเส้นก่อนหน้านั้นถูก Shift ไปด้านหน้าโดยค่าของช่วงเวลาที่สอง(26) ซึ่ง Senkou Span A หาได้จาก
Senkou Span =(Tenkan Sen +Kijun Sen )/2 ถูก plot ไปข้างหน้า 26 ครั้ง ในช่วงเวลานั้น
4.Senkou Span B (เส้นสีขาว) แสดงค่าเฉลี่ยของราคาในระหว่างช่วงเวลาที่สาม ถูก shift ไปด้านหน้าโดยค่าช่วงเวลาครั้งที่สอง (highest high +Lowest)/2 คำนวณย้อนหลังไป 52 ครั้งในช่วงเวลานั้น (ค่าเริ่มต้นตั้งค่าไว้ที่ 52 )ถูก plot ไปด้านหน้า 26 ครั้ง
5. Chinkou Span หรือ Lagging Span (เส้นสีเขียว) Chinkou Span ถูก plot ย้อนหลัง 26 ครั้ง เส้นสีเขียว Chinkou Span แสดงโดยราคาปิดปัจจุบันถูก shift ย้อนหลังไป โดยหลักการทั่วไปของ Senkou Span คือ


เส้นประที่อยู่ภายใน Senkou Span คือ Cloud หรือที่เรียกกันว่า Kumo

ระยะระหว่างทั้งสองเส้นของ Senkou Span เป็นเส้นประไข่ปลาสีต่างๆ จะถูกเรียกว่า ก้อนเมฆ(Cloud)หรือเรียกว่า Kumo
เส้น Senkou Span ทั้งสองถูกดันไปข้างหน้าในช่วงเวลานั้นๆจะแสดงแนวรับและแนวต้านในอนาคต เมื่อราคาทะลุแนวรับที่เกิดจาก Senkou เส้นเหล่านี้ก็จะกลายเป็นแนวต้าน Senkou ไม่สามารถบอกเทรนได้แต่จะเป็นแนวรับแนวต้าน

- ถ้าราคาอยู่เหนือกลุ่มเมฆ Senkou Span เส้นแรกจะเป็นแนวรับแรก( first support) และ Senkou Spanเส้นที่สองจะเป็นเส้นแนวรับที่สอง (second support)


- ถ้าราคาอยู่ต่ำกว่ากลุ่มเมฆ Senkou Span เส้นแรกจะเป็นแนวต้านแรก (First Resistance) และ Senkou Span เส้นที่สองจะกลายเป็นแนวต้านที่สอง(Second Resistance )
Ex1


Ex2


- ถ้าราคาอยู่ระหว่างสองเส้น Senkou Span นี้ แสดงว่าตลาดไซเวย์ ไม่มีแนวโน้ม เส้นด้านบนของ Senkou Span คือ แนวต้าน และเส้นด้านล่างของ Senkou Span คือ แนวรับ
Ex.1


Ex.2


นี่คือส่วนประกอบหลักๆ ของ Ichimoku แรกๆอาจจะยากหน่อยนะครับ พอดูไปเรื่อยๆ เราจะสามารถเข้าใจเส้นต่างๆที่อยู่ใน Ichimoku


บทสรุปของการใช้ Ichimoku แบบสมบูรณ์
เนื่อง จาก Ichimoku มันมีส่วนประกอบย่อยๆหลายเส้น ผมจึงแยกเขียนออกมาเป็นหัวข้อๆ เพื่อให้เพื่อนๆทุกคนได้เข้าใจหลักการณ์ของเส้นแต่ละเส้นของ Ichimoku โดยเขียนไว้ตั้งแต่หัวข้อที่ 1-5 ดังนี้
1.หลักการทั่วไปของ Senkou Span ใน Ichimoku
2.หลักการทั่วไปของTenkan Sen ใน Ichimoku
3.หลักการทั่วไปของ Kijun Sen ใน Ichimoku
4.หลักการของ Tenkan sen Vs. Kijun Sen เมื่อสองเส้นนี้มันตัดกัน
5.หลักการของ Chikou Span ใน Ichimoku
6.การใช้ Ichimoku เต็มรูปแบบ(ตอนจบ)

 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/ichimoku-ichimoku/?/

วิธีสมัครเปิดบัญชี

แนะนำโบรกเกอร์ forex ที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพให้แก่ผู้ที่เริ่มต้นใหม่

EXNESS เป็นโบรกเกอร์ที่สามารถฝากและถอนได้ สะดวกและง่ายดาย ยังสามารถ ตั้ง Leverage ได้มากถึง 1:1000 นอกจากเทรด ฟอเร็กซ์ แล้วยังเทรด Set Index เช่นหุ้นไทย หุ้นอเมริกา หุ้นฮ่องกง หุ้นญี่ปุ่น หุ้นอังกฤษ รวมถึง ตลาด Future เช่นทองคำ, น้ำมันดิบได้อย่างดี โดยมีหลาย Platform ให้เลือกและที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือ MT4,  MT5 เป็นโปรแกรมเทรดสำเร็จรูป โดยทั่วไปนิยมใช้ฏปรแกรม MT4 เพราะใช้ง่าย


สำหรับ การถอนเงินจาก Portfolio ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (เสาร์ อาทิตย์ ก็ถอนได้) การฝากเงินเข้าทุกครั้งได้รับเวลคัมโบนัส 15% ของเงินฝากเช่นฝากเข้า 10,000 USD. จะมีเงินในพอร์ท 11,500 USD. ทันที

ปี 2009 EXNESS เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดรัสเซีย และเปิดตัวเครื่องมือใหม่ที่มีความก้าวหน้าสำหรับเทรดเดอร์บริษัทขยายกิจการ เข้าสู่ CIS และประเทศในแถบเอเชีย รวมถึง จีน อิหร่าน มาเลเซียและอินโดนีเซียเมษายน – EXNESS ได้รับใบรับรอง SSL สำหรับเว็บไซต์บริษัทกันยายน – EXNESS ได้รับอนุญาตเชิงการค้าจากคณะกรรมการ FFMS สำหรับธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าโภคภัณฑ์และตัวเลือก บริษัทใช้ใบอนุญาตเพื่อการทำธุรกรรมสำหรับลูกค้าบนตลาดหุ้นเซนต์ ปีเตอร์เบิร์กผ่านระบบ FX+กันยายน – บริษัทเริ่มเสนออัตราความสามารถในการเทรดระดับ 1:1000 ให้กับลูกค้ากันยายน – ลูกค้าสามารถถอนเงินออกจากบัญชีการซื้อขายได้โดยอัตโนมัติตุลาคม – การเลือกเครื่องมือทางการเงินขยายครอบคลุมมากขึ้น และบัญชีโลหะสกุลเงินมีให้เลือกใช้เปิดบัญชี EXPERT จำนวน 5 บัญชีแรกโดยอิงอยู่กับผลประกอบการ ณ สิ้นปี

บริษัทขยายกิจการเข้าสู่ CIS และประเทศในแถบเอเชีย รวมถึง จีน อิหร่าน มาเลเซียและอินโดนีเซียเมษายน – EXNESS ได้รับใบรับรอง SSL สำหรับเว็บไซต์บริษัท

ปี 2009 EXNESS เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดรัสเซีย และเปิดตัวเครื่องมือใหม่ที่มีความก้าวหน้าสำหรับเทรดเดอร์

กันยายน – EXNESS ได้รับอนุญาตเชิงการค้าจากคณะกรรมการ FFMS สำหรับธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการซื้อขายล่วงหน้าโภคภัณฑ์และตัวเลือก บริษัทใช้ใบอนุญาตเพื่อการทำธุรกรรมสำหรับลูกค้าบนตลาดหุ้นเซนต์ ปีเตอร์เบิร์กผ่านระบบ FX+
กันยายน – บริษัทเริ่มเสนออัตราความสามารถในการเทรดระดับ 1:1000 ให้กับลูกค้า
กันยายน – ลูกค้าสามารถถอนเงินออกจากบัญชีการซื้อขายได้โดยอัตโนมัติ
ตุลาคม – การเลือกเครื่องมือทางการเงินขยายครอบคลุมมากขึ้น และบัญชีโลหะสกุลเงินมีให้เลือกใช้
เปิดบัญชี EXPERT จำนวน 5 บัญชีแรกโดยอิงอยู่กับผลประกอบการ ณ สิ้นปี
ปี 2008 EXNESS ได้รับการก่อตั้งขึ้น ในเมืองเซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก โดยกลุ่มคนที่มีความคิดเหมือนๆ กัน ที่ต่างมีความรู้ในด้านตลาดการเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ EXNESS ได้รับใบอนุญาตให้ใช้สิทธิ์สำหรับ MetaTrader 4 จาก MetaQuotes Software Corp บริษัทเริ่มต้นทำการซื้อขาย Forex และลงนามในสัญญากับลูกค้าและหุ้นส่วนรายแรก
รางวัลปัจจุบันของ Exness อ่านรายละเอียดคลิ๊ก


ความน่าเชื่อถือของ Exness อ่านรายละเอียดคลิ๊ก

Address:  309, 55 lit.A Nevsky prospect, Regus Nevsky Plaza, 191025, St. Petersburg, Russia


ขั้นตอนการเปิดบัญชีเทรดกับ Exness

 
. .
- เลือกภาษาที่เราต้องการ (ภาษาไทย)
- เลือกบัญชีการซื้อขาย


- แนะนำเลือกเปิดบัญชี MINI


- กรอกข้อมูล อีเมลล์ เบอร์โทร


- กรอกชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ)
- เลือก leverage และสกุลเงิน
- กรอกรหัสที่ได้รับทาง SMS และอีเมลล์


- แนะนำเลือกประเภทรักษาความปลอดภัยเป็นแบบ โทรศัพท์เคลื่อนที่
- สร้างรหัสผ่าน


- เลือกโบนัสที่ต้องการ


- ข้อมูลบัญชีที่เราเปิด


- จะมีอีเมลล์ 3 ฉบับ ส่งเข้าอีเมลล์ของเราเป็นข้อมูลทางบัญชีต่างๆ โปรดอ่านและเก็บไว้ดีดีครับ





แนะ นำนะครับ ให้เปิดบัญชีจริงก่อน แล้ว เปิดบัญชีทดลองเล่นอีกทีนะครับเพื่อจะได้ฝึกฝนการเทรดจากบัญชีทดลองก่อน พอเราพร้อมแล้วค่อยฝากเงินเข้าบัญชีซื้อ - ขายจริง เพื่อเทรดนะครับ

ขั้นตอนต่อไป คือ วิธีการยืนยันตัวกับทางโบรกเกอร์ exness      คลิ๊กที่นี่


เพิ่มเติม
- สงสัยใหม?ครับว่าทำถึงมีบัญชีหลายแบบหลายประเภทในโบรกเกอร์ EXNESS นี้ คลิ๊กเพื่ออ่าน

- การเลือกโบรกเกอร์? คลิ๊กเพื่ออ่าน
- ความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ Exness คลิ๊กเพื่ออ่าน
- Forex กับกฏหมายไทย  คลิ๊กเพื่ออ่าน
- เปิดเสรีไทยเกี่ยวกับ Forex  คลิ๊กเพื่ออ่าน

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่   http://www.thaibestforex.com/forex/t613/?/

วิธีดูกราฟทองคำ และเงินบาท (Real-Time)

ต่อเนื่องจากครั้งที่แล้วเรื่อง "วิธีดูกราฟ set50 ผ่านโปรแกรมฟรี Meta Trader 4" ที่ "วิธีดูกราฟ set50 ผ่านโปรแกรมฟรี Meta Trader 4" คือ การใช้โปรแกรม MT4 เพื่อดูกราฟต่างๆ แบบ Realtime และที่สำคัญ คือ Free วันนี้จะมาเพิ่มประโยชน์การใช้อีก โดยขอแนะนำสิ่งที่คนสนใจกันมากสองกราฟ คือทองคำ และค่าเงินบาท


วิธีเรียกกราฟก็ค่อนข้างง่าย (แต่ต้องตาดีๆ หน่อย) โดยการหาสัญลักษณ์ที่ต้องการให้เจอในช่อง Market Watch
- ทองคำ = XAUUSD
- ค่าเงินบาท = USDTHB

หลัง จากเจอสัญลักษณ์ที่ต้องการแล้ว ก็สามารถลากมาใส่กราฟได้เลย กราฟนั้นๆ ก็จะกลายเป็นกราฟที่เราต้องการ ส่วนวิธีได้มาซึ่งกราฟ set50 ของโปรแกรม MT4 ดูได้จาก วิธีดูกราฟ set50 ผ่านโปรแกรม Meta Trader 4

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/(real-time)/?/

วิธีดูกราฟตลาดหุ้นรอบโลกพร้อมๆ กัน

บทความสั้นๆ นี้จะมานำเสนอ วิธีใช้ประโยชน์จาก MT4 ต่อจากครั้งเรื่อง "วิธีดูกราฟ set50 ผ่านโปรแกรมฟรี Meta Trader 4 " และ "วิธีดูกราฟ ทองคำ และ เงินบาท แบบ Real-Time
ครั้ง นี้จะมานำเสนอการดูกราฟตลาดหุ้นรอบโลก เช่น DJI อเมริกา, HSI ฮ่องกง, DAX เยอรมัน, เป็นต้น รวมถึงเทคนิคที่เปิดหลายๆ กราฟทิ้งไว้พร้อมกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาสลับหน้าต่าง


วิธีใช้ MT4 ดูกราฟ Index สำคัญรอบโลก
1. เรียกหน้าต่างใหม่ด้วยคำสั่ง Window > New window
2. หลังจากเรียกหน้าต่างใหม่จนพอแล้ว (เช่น 9 หน้าต่าง) ก็ใช้คำสั่งเรียง "Tile Vertically"
3. ลากสัญลักษณ์ที่ต้องการจาก Market watch มาใส่กราฟ
4. ตั้งค่าแต่ละหน้าต่างตามต้องการ (อาจจะใช้คำสั่ง Template ช่วยเพื่อลดเวลาในการตั้งค่าแต่ละหน้าต่าง) ค่า Index สำคัญๆ ของเพิ่มเติมก็มี _FTSE _DAX _CAC _AEX _BEL _PSI _SSEC
ถ้าใครอยากจะดู สัก 18 กราฟ ก็ทำได้โดยการ install MT4 อันที่สอง โดยแยกตำแหน่งเก็บ MT4 เช่น ให้ install ใน C:\Program Files\MT4 millennium2 จากนั้นก็ทำการเรียก MT4 อันที่สองขึ้นมา ทำแบบเดิมซ้ำ (แต่เปลี่ยนกราฟตามที่ต้องการ) จะสามารถดูได้มากขึ้นตามต้องการ เอาแบบให้จุใจกันไปเลย ^_^

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/t503/?/

การใส่อินดิเคเตอร์ทับซ้อนกันใน MT4

การใส่อินดิเคเตอร์ทับซ้อนกันใน MT4
ในการวิเคราะห์กราฟบาง ครั้งเราใช้อินดิเคเตอร์หลายๆ ตัวช่วยในการวิเคราะห์ แต่เมื่อเพิ่มเข้าไปในกราฟแล้วจะเห็นว่าอินดิเคเตอร์แยกหน้าต่างเป็นส่วนๆ ของแต่ละตัว ซึ่งทำให้ราคาถูกบีบอัดให้ย่อเข้าไป ยิ่งอินดิเคเตอร์เยอะ กราฟก็จะยิ่งถูกบีบให้เตี้ยลงๆ ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยการวางอินดิเคเตอร์ทับซ้อนกัน นอกจากจะประหยัดพื้นที่แล้วยังจะทำให้ง่ายแก่การวิเคราะห์อีกด้วย
ตัวอย่าง 1 การวาง Stochastic ทับบน MACD มีขั้นตอน ดังนี้
1. เปิดหน้าต่าง Navigator
2. ลาก MACD มาวางบนกราฟ ตั้งค่าตามต้องการ และกด OK
3. ลาก Stochastic มาวางทับบน MACD ตั้งค่า และกด OK
แค่นี้ก็จะได้ อินดิเคเตอร์วางทับซ้อนกัน ประหยัดพื้นที่ และง่ายแก่การวิเคราะห์กราฟ

 

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/mt4-498/?/

Time Frame ไหนดีนะที่เหมาะกับเรา?

คุณ dvc11 เข้ามาตั้งกระทู้ว่า เขาอยากรู้จังเลยว่าคนส่วนใหญ่เทรดที่ Time Frame เท่าไหร่กันบ้าง และ ทำไมถึงเทรดที่ Time Frame นั้น ไม่ว่าจะเป็น 1 นาที 2 นาที 5 นาที 15 นาที 20 นาที 30 นาที 1 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง แบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน อะไรก็ได้ รับฟังหมด (ปล.บางโบรกเกอร์ที่ไม่ได้ใช้ Platform ของ MT4 อาจจะมี 2 นาที 10 นาที 2 ชั่วโมงให้เลือกดูได้ครับซึ่ง MT4 ปกติจะไม่มี)


ใน ช่วงแรกของกระทู้นี้มีคนเข้ามาเถียงกันนิดหน่อยระหว่างคุณ The redlion กับ Scotty B ซึ่งผมมองว่าไม่ได้มีสาระอะไรมากเลยขอข้ามช่วงแรกไปนะครับ ถ้าใครสนใจว่าเค้าเถียง
อะไรก็ตามไปอ่านที่กระทู้จริงได้

คุณ Ipndasno เข้ามาตอบว่า มันขึ้นอยู่กับคุณว่าคุณอยากเห็น “ความละเอียด” ของราคามากแค่ไหน แต่สำหรับเขาแล้วเขาให้ความสนใจกับ “ระยะของแท่งเทียนจากจุดสูงสุดของแท่งถึงจุดต่ำสุดของแท่งเทียน” มากกว่า เพราะมันคือแนวรับแนวต้านดี ๆ นี่เอง


คุณ Rob Mondave เข้ามาตอบว่าสำหรับเขาแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองเหมาะกับ Daily Time Frame มากกว่าสำหรับ Forex และ Time Frame อื่น ๆ ในหุ้นตัวอื่น (เหมือนเค้าจะเทรดS&P500 Futures ด้วย) เพราะเขาชอบเทรดแบบยาว ๆ มากกว่า


คุณ deltatrade บอกว่า เขาชอบเทรดที่ Time Frame 2 ชั่วโมง (2H) ด้วยเรื่องของ Spread และความยืดหยุ่นของราคาจะต่ำมากพอจนเขารู้สึกว่าได้เปรียบ เพราะเขาเทรดตั้ง
10 คู่แหนะ


คุณ babwilliams เข้ามาพูดว่า พวกสถาบันการเงินใหญ่ ๆ มักจะเทรดใน Time Frame ใหญ่ ๆ อย่าง Daily ขึ้นไปด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขามีกำลังซื้อขายในตลาดสูงมาก เขาจึงไม่
จำเป็นต้องมาสนใจใน Time Frame เล็ก ๆ นั่นเอง
คุณ Vmpwraith เข้ามาให้ความเห็นว่า เขาดูอยู่ 4 Time Frame นะคือ 15M 1H 4H และ Daily เขาจะเทรดจาก Time Frame 15M เพราะเขารู้สึกว่า Time Frame นี้โอเคส
ำหรับเขา เขาสามารถใช้ 15M ในการยืนยันเรื่องของเทรนได้ด้วย


คุณ Pipwrangler เสนอวิธีเทรดของเขาว่า อย่างเขาเนี่ยชอบดู Time Frame ใหญ่ ๆ อย่าง 1H ขึ้นไปเลยนะเพราะมันใช้วิเคราะห์แนวโน้มได้ดี แต่เวลาเข้าเขาจะมาเข้าใน Time
Frame 30M 15M หรือแม้กระทั่ง 5M เมื่อเค้าเห็นว่าราคาเป็นเทรนยาว ๆ เค้าจะไปดูราคาใน 4H หากราคาเป็นสวิงนิด ๆ เขาก็จะมาดูใน 1H วิธีคิดง่าย ๆ สำหรับเขาคือ เขาเทรดใน
Time Frame ที่เขามองว่าอ่านง่ายที่สุด ณ ขณะนั้น

คุณ forexpoor บอกว่า Time Frame ใหญ่ ๆ เหมาะสำหรับคนที่ใจเย็นและคนที่ไม่มีเวลาเฝ้าอยู่หน้าจอ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะลองเทรดทั้ง Time Frame ที่เล็ก ๆ หรือใหญ่ก็ดีนะ
และหา Time Frame ที่เหมาะสมกับคุณน่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุด
คุณ The Saint ตอบว่า ส่วนตัวแล้วเขาชอบเทรดในช่วงที่ตลาดปิดแท่งของวัน (Daily Time Frame) และเทรดใน Time Frame เล็ก ๆ ในแต่ละวันด้วย เขามักจะชอบดูราคาตอน
ปิดแท่ง Daily และชอบมาหาสัญญาณเข้าในกราฟ 1H แต่วันไหนที่กราฟเป็นสวิงเยอะ ๆ เขาก็จะมาหาจุดเข้าในกราฟ 1H 15M หรือ 5M ขึ้นอยู่กับสภาพของตลาด ณ ขณะนั้น


คุณ Sywa ให้ความเห็นว่า อย่างของเขาเนี่ยต้อง Time Frame 30 นาทีเลยโอเคที่สุดสำหรับเขา ถามว่าทำไมนะหรอ? เขาคิดว่า Time Frame ที่เล็กกว่านั้นมันหลอกตาเขามากเกิน
ไปและ 1H ก็ดูจะนานเกินไปสำหรับเขา ดังนั้น 30 นาทีนี่ละ เจ๋งที่สุดแล้ว

คุณ hedging เสนอว่า อย่างของเขาเนี่ย เขาชอบเทรดสวิงใน Time Frame daily นะ ถึงแม้ว่าโอกาสเข้าจะได้แค่ 6-8 ครั้งต่อเดือน แต่เวลาปล่อยยาวทีก็สามารถทำได้ถึง 400-
500 pips สบาย ๆ ถึงแม้จะโดนลากหน่อยแต่อย่างน้อยสุดก็ได้ 80-120 pips กลับมาแน่นอน (โบรกเกอร์ 4 ตำแหน่งนะครับที่เขาพูดถึง)


คุณ Slow Burn ช่วยตอบว่า เขาเทรดใน 1H นะเพราะชอบมี False Breakout ให้เขาเห็นและเข้าตามได้บ่อย ๆ แต่ถ้าวันไหนตลาดสวิงเยอะ ๆ เขาก็จะลงมาดูกราฟที่ 15 นาที


คุณ Vitez บอกว่า เขาใช้แค่ 2 Time Frames เองคือ 1H กับ Daily เพราะเขากลัวว่าตัวเองจะวิเคราะห์มากเกินไปใน Time Frame เล็ก ๆ หากวันไหนไม่พอใจกับกราฟ daily ก็
จะลงมาดู 1H น้อยครั้งที่เขาจะมาดู 15M บ้างยกเว้นเวลา Strong Move Breakout แรง ๆ นะ


จาก บทความนี้เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเทรดเดอร์แต่ละคนมีการเลือกใช้ Time Frame ที่ต่างกันออกไปตามวิธีการเทรดและนิสัยของแต่ละคน การเลือก Time Frame ในการ
เทรดให้เหมาะสมกับตัวเองส่วนตัวแล้ว ต้องใช้เวลาหน่อยนะครับกว่าเราจะเจอ Time Frame ที่ถูกใจ เพราะในช่วงแรก ๆ ของการเริ่มเทรด จะมีสิ่งล่อตาล่อใจมากมายให้ผู้เทรดหน้า
ใหม่ได้ลองเล่น ซึ่งของเล่นเหล่านั้นก็จะมีกติกาหรือวิธีการเล่นซึ่งรวมไปถึง Time Frame ที่ต่างกันออกไปด้วย ทำให้ผู้เทรดไม่แน่ใจว่าที่จริงแล้วตัวเองชอบ Time Frame ไหนกันแน่

วิธีการเลือก Time Frame ของผมคือให้คุณลองสังเกตตัวเองก่อนเลยว่า ตัวเองนิสัยยังไง ใจร้อน ใจเย็น รอลากได้ไหม หรือ สวิงเดียวก็หนีแล้ว เมื่อเราเข้าใจตัวเองแล้วก็ต้องดูเวลา
ของ คุณด้วยว่า คุณมีเวลาอยู่กับกราฟนานแค่ไหน ถ้าคุณเป็นคนทำงานไปด้วยเทรดไปด้วย Time Frame  สูง ๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว หรือ ถ้าคุณเฟี๊ยวชอบความเสี่ยง ชอบความ
รวด เร็ว การเทรดใน Time Frame  เล็ก ๆ อาจจะเป็นคำตอบของคุณ เท่านี้เราก็จะสามารถเลือก Time Frame ที่เหมาะสมได้ครับ อย่างผมเองก็เปลี่ยน Time Frame มาเยอะ
เหมือนกัน มีช่วงหนึ่งตอนที่กำลังเรียนมหาลัยอยู่ช่วงนั้นผมก็เทรด Time Frame ใหญ่ ๆ ก็สบายดีนะครับ 4H ค่อยดูกราฟทีนึง สามารถกะได้เลยว่าอีก 4H ข้างหน้าต้องดูกราฟหรือไม่
ต้องดูกราฟ แต่ก็ทำใจรับกับการลากยาว ๆ ของ 4H ไม่ได้

ปัจจุบัน ผมใช้อยู่ทั้งหมด 3 Time Frames คือ 5M, 1H, Daily โดย Daily เอาไว้ดูภาพรวมของเมื่อวานว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปิดเป็นแท่งเทียนหน้าตายังไง ที่สำคัญคือสามารถใช้ จุด
สูงสุดของแท่งและจุดปิดของแท่งในการหาโซนเทรด ด้วย หลังจากนั้นก็มาดู 1H เพื่อดูว่าน่าจะไปทางไหน เมื่อเลือกทางแล้วก็จะมาหาจุดเข้าใน 5M ครับ แบบนี้เป็นต้น

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/time-frame/?/

การปรับแต่งหน้าต่างแสดงราคาใน MT4

การปรับแต่งหน้าต่างแสดงราคาใน MT4
สำหรับบางท่านอาจจะอยากปรับแต่งหน้าต่างแสดงผลใน MT4 ให้เหมาะกับระบบเทรด และการวิเคราะห์กราฟของตนเอง ก็สามารถทำได้ ตามขั้นตอนดังนี้
1 เปิดหน้าต่างคู่เงินที่ต้องการปรับแต่งค่า
2 คลิกขวาที่หน้าต่างค่าเงิน เลือก properties หรือกด F8

การปรับแต่งหน้าต่างแสดงราคาใน MT4
สำหรับบางท่านอาจจะอยากปรับแต่ง หน้าต่างแสดงผลใน MT4 ให้เหมาะกับระบบเทรด และการวิเคราะห์กราฟของตนเอง ก็สามารถทำได้ ตามขั้นตอนดังนี้
1 เปิดหน้าต่างคู่เงินที่ต้องการปรับแต่งค่า
2 คลิกขวาที่หน้าต่างค่าเงิน เลือก properties หรือกด F8



 ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://www.thaibestforex.com/forex/mt4-499/?/

Rudy Leder เทรดเดอร์ค่าเงินชาวอเมริกัน

Rudy Leder เทรดเดอร์ค่าเงินชาวอเมริกัน เรื่องราวความเป็นมาของเขาไม่ได้มีอะไรแปลกพิศดาร จุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้ต่างไปจากเทรดเดอร์หลายๆคนที่เข้าสู่วงการเทรด เริ่มแรกเขาเพียงต้องการหางานอิสระให้กับตัวเอง เพราะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานประจำที่ต้องทำมากกว่า 60 ชั่วโมงต่ออาทิตย์เพื่อทำให้คนอื่น (นายจ้าง) รวย ซึ่งถ้าเขาอยากได้เงินเพิ่มเขาก็ต้องทำโอที แต่นั่นก็ไม่ทำให้ตำแหน่งของเขาปรับขึ้น งานของเขา มันเป็นงานที่คนอื่นๆเรียกมันว่า "งานที่ไร้อนาคต" ตอนนั้นเขายังเด็กและไม่ได้มีเงินเก็บเลย แต่เขามีบางอย่างที่หลายคนไม่มี เขามีความกล้าที่จะออกไปจากสถานการณ์แบบนั้น พร้อมด้วยแรงผลักดันอันแรงกล้าจากภายใน และเนื่องจากเขามีความหลงใหลในตลาดเงินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น เขาจึงรู้ทันทีว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการจะเป็น


ใน ช่วงแรก เขาเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับความพยายามคิดหาหนทางที่จะเอาชนะตลาดให้ได้ แล้วในที่สุดเขาก็ได้รู้ว่า สิ่งที่เขาพยายามอยู่นั้นมันไม่ต่างอะไรกับการไม่ได้ทำอะไรเลย!!!

หลัง จากนั้น เขาตั้งหน้าตั้งตาอ่านทุกสิ่่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเทรดค่าเงิน ทั้งจากหนังสือ อินเตอร์เน็ต มันมีสิ่งที่ต้องอ่านมากมายจริงๆ ทั้งหมดที่เขาทำ เขานั่งศึกษาและเรียนรู้มันอยู่ที่บ้านของเขา ไม่ต้องมีเจ้านาย ไม่ต้องมีต้นทุน มันเป็นอะไรที่ใครๆ ก็ทำได้ "ผมตื่นเต้นมากจริงๆ ในตอนนั้น ผมจึงลองเปิดบัญชี Demo และโหลดโปรแกรม MT4 มาเทรด โดยผมดูวิธีเทรดจาก  YouTube เป็นส่วนใหญ่"  หลังจากนั้นเป็นต้นมา เขาก็เทรดค่าเงินเป็นอาชีพมาตลอดเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ในช่วงแรก เขาไปลงเรียนกับอาจารย์สอนเทรดหลายๆคน พอเรียนจบกับคนนี้ก็ไปเรียนต่อกับคนนั้น ไปเรื่อยๆ  จนในที่สุดเขาก็เริ่มคิดได้ว่า จริงๆแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณจะต้องช่วยเหลือตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะทุกคนมีมุมมอง วิธีคิดหรือปรัชญาในการมองตลาดที่แตกต่างกัน ดังนั้น คุณจำเป็นต้องค้นหาวิธีเทรดด้วยตัวของคุณเอง คนที่ช่วยสอนเทรดส่วนใหญ่จะให้คุณได้มากในเรื่องของ basic เกี่ยวกับตลาดค่าเงิน และทำให้คุณเข้าใจภาพรวมของตลาดรวมถึงปัจจัยที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จใน การเป็นเทรดเดอร์ แต่สุดท้ายแล้ว คุณจะเทรดอย่างไร คุณต้องหามันเอง!!!!!!

"แต่ อย่างไรก็ตาม ผมยังเชื่อว่าอาจารย์สอนเทรดเก่งๆ ก็มีอยู่บ้าง แม้จากประสบการณ์โดยตรงของผมที่เป็นทั้งผู้เข้าเรียนและผู้สอน ผมรู้สึกว่าคนที่เข้าเรียนได้รับประโยชน์จากการอบรมเพื่อจะเป็นเทรดเดอร์ อิสระไม่มากนัก สถาบันอบรมเหล่านี้ จะแสดงผลกำไรให้คุณเห็นว่าเขาสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นรายวัน รายสัปดาห์ที่เหลือเชื่อ จนคุณอดใจไม่ไหวต้องจ่ายเงินค่าเรียนเทรดให้พวกเขาจำนวนมาก ในความเห็นของผมโดยสัตย์จริง ผมมองว่าถ้าผู้สอนเหล่านี้รู้จริงเกี่ยวกับการเทรดค่าเงิน และสามารถบอกผู้เรียนได้ถึงอุปสรรคต่างๆ ในการเทรดได้อย่างครบถ้วน ก็น่าจะมีคนที่ประสบความสำเร็จในการเทรดมากกว่านี้"

คุณคิดว่าในการสอนของผู้สอนเทรดส่วนใหญ่ ขาดอะไรไปบ้าง"
อืม ผมเชื่อว่าผู้สอนเทรดเหล่านั้น รู้สึกว่าเขาควรจะต้องสอนทุกอย่างให้แก่นักเรียนของเขามากที่สุดเท่าที่จะทำ ได้ เพื่อให้นักเรียนเหล่านั้นได้ข้อมูลคุ้มค่ากับค่าเล่าเรียน แต่สุดท้ายผู้สอนมักจะให้บทเรียนที่มากเกินไปจนนักเรียนของเขาไม่สามารถรู้ อะไรได้อย่างถ่องแท้เลยสักอย่าง" เวลาที่เรียนอะไรก็ตามเกี่ยวกับวิธีหรือหลักการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จใน การเทรดนั้น คุณไม่ได้ต้องการน้ำน้ำหรอก สิ่งที่คุณต้องการคือเนื้อแท้หรือแก่นจริงๆ ที่จะได้ใช้ในการเทรดเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้ว อะไรก็ตามที่อาจารย์พยายามจะยัดเยียดให้ คุณไม่เคยได้ใช้มันหรอก คุณต้องจำไว้ว่า "น้อยดีกว่ามาก" แต่คุณต้องรู้ไอ้ที่น้อยๆ นั้นอย่างลึกซึ่ง นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการเทรด

ถ้าคุณยัง นึกภาพไม่ออกเกี่ยวกับสิ่งที่ผมพยายามจะสื่อ ขอให้คุณจินตนาการว่า ด้วยเงิน $19.99 ระหว่างการกินไก่ KFC 20 ชิ้น กับ การกิน 3 ชิ้น ในข้อแม้ว่าคุณต้องกินให้หมดเท่านั้น อันไหนมันดีกว่ากันสำหรับคุณ???

คิดยังไงเกี่ยวกับ EA
"Expert Advisors หรือ EA จริงๆ ผมก็ว่ามันดีนะ มันสามารถช่วยให้งานของเราง่ายขึ้น ทำให้เราใช้เวลาอยู่หน้าจอน้อยลง  แต่ผมไม่ชอบเลย พวกที่มาขายระบบเทรด หรือ EA ผ่านเมล์หรือเว็บไซต์ต่างๆ แล้วบอกว่ามันสามารถทำเงินได้ 5% ต่อเดือน "Only $259 Get it now " มันตลกไหม ถ้าคุณมี EA ที่สามารถทำเงินให้คุณได้ 5% ทุกเดือน ทำไมคุณจะขายมันแค่ $259 ล่ะ จริงไหม

โดยส่วนตัว ผมชอบที่จะเปิด order ด้วยตัวเองมากกว่า แต่อาจเอา EA เข้ามาช่วยในบางครั้งเพื่อติดตามผลการเทรด สำหรับผม EA มันใช้ไม่ได้ผลสักเท่าไร

หลักการคิดเกี่ยวกับการใช้ EA ก็คือคุณสามารถจำกัดการใช้เวลาในการทำสิ่งที่คุณรักซึ่งก็คือการเทรดน้อยลง มันบ้ามากใช่ไหม ถ้างั้นแล้วเวลาว่าง คุณจะทำอะไรล่ะ ^^  

ระบบเทรดและ Time Frame ที่ใช้
ระบบ เทรดที่ผมใช้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยทั่วไปก็คือขนาดของพอร์ต margin ,leverage และเป้าหมายของผม แต่ในแผนของผม ผมจะเลือกวิธีเทรดแค่หนึ่งถึงสองวิธีเท่านั้น ผมจะไม่พยายามเทรดด้วยหลายๆ ระบบในหนึ่งบัญชี เพราะคุณจำเป็นต้องใช้สมาธิกับระบบหนึ่งระบบใดเท่านั้น ผมรู้ว่ามีเทรดเดอร์หลายคนอาจบอกคุณว่าพวกเขาเทรดโดยใช้ Fibonacci retracements, ดู pivots และใช้แนวรับแนวต้านเป็นรายวันเพื่อหาจังหวะเข้าเทรด นั่นอาจทำให้คุณต้องใช้ยานอนหลับเพราะโรคนอนไม่หลับ ผมชอบที่จะใช้ time frame ใหญ่หน่อย เพื่อที่จะมองทิศทางว่าคู่เงินนั้นๆจะไปทางไหนในหนึ่งถึงสามเดือนข้างหน้า ความเข้าใจนิสัยและพฤติกรรมของค่าเงินหนึ่งคู่นั้นมันคล้ายๆกับการที่คุณ เข้าใจแฟนของคุณ และคุณต้องมีแฟนได้ทีละคน อย่ามีทีละเป็นสิบคน เพราะการจะเข้าใจใครซักคนนั้นมันต้องใช้เวลาในการเรียนรู้

หลังจากผมได้ทิศทางของตลาดแล้ว ผมจึงจะลดขนาดมุมมองไปดูที่ time frame ที่เล็กลง แต่โดยทั่วไปผมจะไม่ใช้ TF ที่เล็กกว่า 30 นาที

คนประเภทไหนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จในการเป็นเทรดเดอร์
ผม เชื่อว่าทุกคนสามารถประสบความสำเร็จในการเป็นเทรดเดอร์ได้ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่รูปแบบ ความเป็นมาหรือพื้นฐานเฉพาะของใครบางคน ผมคิดว่าคนจำนวนมากพยายามจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นข้ออ้างให้กับตัวเอง ผมพูดเสมอว่า "ถ้าคุณเชื่อว่าคุณทำได้คุณก็จะทำได้"  สำหรับคำแนะนำของผมสำหรับมือใหม่ ก็คือ อย่าพยายามเรียนรู้ที่จะเทรดค่าเงิน option ,future หรือแม้แต่หุ้น แค่เพราะว่าคุณเห็นคนอื่นกำลังทำเงินจากมันได้เป็นจำนวนมาก แต่จงทำมันเพราะคุณรักในการเทรด และคุณชอบที่จะอ่านข่าว รวมถึงวิเคราะห์ชาร์ต

นอกเหนือจ่ากการเทรดแล้ว คุณทำอะไรบ้าง
ผม พยายามออกกำลังกาย ทำอาหาร อ่านหนังสือบ้าง และแน่นอนบางวันผมก็ออกไปสังสรรค์กับเพื่อน แต่ผมก็ยังสนุกกับการทำ back test ในเวลว่างด้วยเช่นกัน

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/rudy-leder/?/

MT4 Template

MT4 Template

สำหรับบางท่านที่เทรดหลายคู่เงิน หรือเทรดหลาย Time Frame อาจจะประสบปัญหาในการ setup กราฟ เพราะต้องมาใส่ indicators หรือ tools ต่างๆ ลงไปในกราฟใหม่ทุกกราฟ ซึ่งถ้าใครยิ่งเทรดหลายคู่ยิ่งต้องทำเยอะ หรือบางทีเทรดเดอร์ setup กราฟไว้ในโบรกหนึ่งแล้ว อยากจะเอาค่าที่ setup ไว้ไปใช้กับโบรกอื่นบ้าง ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วยการใช้เมนู Template ของ MT4 มาดูขั้นตอนกันเลย
1. หลังจากที่ใส่ indicator ตามระบบของตนเองเข้าไปในกราฟเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกขวา เลือก Template>>save template จากนั้นเลือกโฟลเดอร์ที่จะเก็บ template ตั้งชื่อ และกด Save เพียงแค่นี้เราก็จะได้ template ส่วนตัวไว้ใช้งาน



2. หลังจาก save template เราก็สามารถเพิ่มกราฟใหม่ และเรียก template ที่เราบันทึกไว้ออกมาใช้งาน โดยคลิกขวา เลือก Template>>Load Template แล้วก็เลือก template ส่วนตัวของเราที่บันทึกไว้ จากนั้นกด Open ก็จะได้กราฟหน้าตาเหมือน template ต้นแบบ

 

 ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/mt4-template/?/

มาทำความรู้จักกับระบบ Lot กันครับ

หลายๆคน คงงงกับระบบ Lot ของโปรแกรมเทรด MT4 เพราะพื้นฐานแต่ละคนมาไม่เหมือนกัน บางคนก็เทรดที่ Marketiva มาก่อน หรือเทรดโบรกเกอร์ที่โปรแกรมเทรดที่เป็นของโบรกเกอร์นั้นเอง จำนวนเงินที่ใช้เทรดก็จะเรียกต่างกัน เช่น โบรก Marketiva ก็จะใช้ระบบ Quantity ใส่ 100 Q= ลงเทรด 1 ดอล จุดละ 1 Cent

เรามาดูระบบ Lot ของโปรแกรม Mt4 กันดีกว่าครับ เพราะระบบ Lot เป็นระบบสากลที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ และโบรกเกอร์ส่วนใหญ่เลือกใช้

ระบบ Lot ของโบรกเกอร์ก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าโบรกเกอร์นั้นจะกำหนด ผมจะจำแนก ระบบ Lot  เป็นดังนี้

1. Standard Lot
ส่วน ใหญ่โบรกเกอร์ทุกโบรกเกอร์ก็จะใช้  Standard Lot กับบัญชีที่มีเงินเยอะๆ  Standard Account , Classic Account , Pro Account แล้วแต่ว่าโบรกเกอร์นั้นจะตั้งชื่อ

Standard Lot จะเริ่มต้นด้วย
ผม จะอิงทศนิยม 4 ตำแหน่งนะครับ ตำแหน่งสุดท้ายของค่าเงิน การเคลื่อนที่ของราคาตัวสุดท้าย ถ้าเคลื่อนที่ไป 1 เท่ากับเคลื่อนที่ไป 1 จุด (pips)
0.1 Lot  คือ เราจะ ได้-เสีย (Profits/Loss) จุดละ 1 ดอล
1.0 Lot  คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 10 ดอล
100 Lot คือ กำไร - ขาดทุน จุดละ 1000 ดอล

Micro Lot  
1 $=100 Cent  เกือบทุกโบรกเกอร์นะครับ จะมีบัญชี Cent (Cent Account) ให้เราได้เทรด เงินน้อยก็สามารถเทรดได้ ใช้ระบบ Micro Lot ของบัญชี Cent
0.1 Lot Cent  คือกำไรขาดทุน จุดละ 1 เซน
1.0  Lot Cent คือ กำไร ขาดทุน จุดละ 10 Cent
10.0 Lot Cent คือ กำไร ขาดทุน จุดละ 100 Cent หรือ 1 ดอลล่าร์
100 Lot Cent  คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 1000 Cent หรือ 10 ดอลล่าร์

บางทีเราเห็นเพื่อนๆเทรดกัน 100 Lot ติดลบทีเป็น 10000 ก็อย่าตกใจนะครับ เค้าเทรดบัญชี Cent

Mini Lot
Mini Lot จะเหมือนกับ Standard Lot แต่แตกต่างกันนิดหน่อยคือ มี 0.01 เพิ่มขึ้นมาด้วย
0.01 Lot คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 0.1 ดอล หรือ 10 Cent
0.1 Lot  คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 1 ดอล
1.0 Lot  คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 10 ดอล
100 Lot คือ กำไร - ขาดทุน จุดละ 1000 ดอล

บางโบรกเกอร์ก็จะมีระบบ Lot ที่แตกต่างจาก Lot มาตรฐาน เช่น โบรกเกอร์ Instaforex
โบรกเกอร์ Instaforex  บัญชีที่เป็น Standard จะเริ่มต้นเทรดที่
0.01 Lot คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 1 Cent
0.10 Lot คือ กำไร - ขาดทุน จุดละ 10 Cent
1.0  Lot คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 1 ดอลล่าร์
10.0Lot คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 10 ดอลล่าร์
100 Lot คือ กำไร-ขาดทุน จุดละ 100 ดอลล่าร์

ข้อควรระวังนะครับ หลายๆคนเป็นบ่อย และเสียเงินจากความผิดพลาดนี้
-  เมื่อ เราติดตั้งโปรแกรม Mt4 ใหม่ หรือไปใช้คอมที่ร้าน Internet เมื่อลงโปรแกรมแล้ว กด New Order ทันที โดยไม่ได้ดู Volume ทุกโบรกเกอร์จะ Set ตรงนั้นไว้เป็น 1.0 Lot อย่าลืมไปเปลี่ยนนะครับ
-  ลง Lot ให้เหมาะสมกับ Balance  หรือ Margin ที่มีอยู่นะครับ

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.thaibestforex.com/forex/lot-568/?/